Website Banner
 
                 เมนูเว็บไซต์
 
 
                   Link
    มูลนิธิพลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม
     กระทรวงพลังงาน
     กรมพัฒนาพลังงานทดแทน
      และอนุรักษ์พลังงาน
     สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
     องค์การบริหารจัดการก๊าซ
      เรือนกระจก (องค์การมหาชน)
 
 
     
                  Article » ประโยชน์ของชีวมวล  
     
 
 
  มนุษย์ได้รู้จักนำชีวมวลมาใช้เป็นพลังงานตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว จนต่อมาโลกได้มีการพัฒนาเจริญมากขึ้น ใช้พลังงานเพิ่มขึ้นจึงได้นำเชื้อเพลิง เช่นน้ำมันดิบ ถ่านหินและก๊าซธรรมชาติมาทดแทน ทำให้พลังงงานจากชีวมวลมีบทบาทน้อยลงมากในปัจจุบันนี้  
     
 
 
     
  การเพิ่มขึ้นของก๊าซเรือนกระจกนั้น ส่งผลให้ชั้นบรรยากาศมีความสามารถในการกักเก็บรังสีความร้อนได้มากขึ้น ผลที่ตามมาคือ อุณหภูมิเฉลี่ยของชั้นบรรยากาศที่เพิ่มขึ้นด้วย แต่การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกนั้น ไม่ได้เพิ่มขึ้นเป็นเส้นตรงกับปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งก๊าซเรือนกระจกแต่ละชนิดยังมีศักยภาพในการทำให้เกิดภาวะเรือนกระจก (Global Warming Potential: GWP) ที่แตกต่างกัน ค่าศักยภาพในการทำให้เกิดภาวะโลกร้อนนี้ ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพในการแผ่รังสีความร้อนของโมเลกุล และขึ้นอยู่กับอายุของก๊าซนั้นๆ ในบรรยากาศ และจะคิดเทียบกับการแผ่รังสีความร้อนของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง เช่น 20 ปี 50 ปี หรือ 100 ปี โดยค่า GWP ของก๊าซเรือนกระจกต่างๆ ในช่วงเวลา 100 ปี ของก๊าซเรือนกระจกต่างๆ เป็นดังนี้  
     
  การนำชีวมวลมาเป็นเชื้อเพลิงมีข้อดีหลายประการคือ  
  1. การเผาไหม้สสารทุกชนิดจะเกิดก๊าซคาร์บบอนไดออกไซด์ซึ่งล่องลอยไปในอากาศและห่อหุ้มโลกไว้
    เมื่อแสงอาทิตย์ส่องลงมายังโลก รังสีบางส่วนไม่สามารถสะท้อนกลับออกไปได้ทำให้โลกร้อนขึ้น
    จึงเรียกก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ว่าเป็นก๊าซเรือนกระจก (Green House Gas)แต่ก๊าซคาร์บอน
    ไดออกไซด์ที่เกิดจากการเผาชีวมวลจะถูกหมุนเวียนกลับไปใช้โดยพืชเพื่อสังเคราะห์แสง ดังนั้นการ
    เผาชีวมวลไม่ถือว่าก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจก (Carbon Neutral)
2. การไม่นำชีวมวลมาใช้ โดยปล่อยให้ย่อยสลายตามธรรมชาติ เช่น มูลสัตว์ จะเกิดก๊าซมีเทนซึ่งถือ
    ว่าเป็นก๊าซเรือนกระจกชนิดหนึ่งและมีอันตรายกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 21 เท่า
3. ชีวมวลจะมีกำมะถันหรือซัลเฟอร์ไม่เกิน 0.2 เปอร์เซ็นต์  ดังนั้นการนำชีวมวลมาเผาไหม้ จะไม่สร้าง
    ปัญหาเรื่องฝนกรด (น้ำมันเตามีปริมาณกำมะถันประมาณ 2 เปอร์เซ็นต์ ส่วนถ่านหินมีปริมาณ
    กำมะถันประมาณ 0.3-3.8 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งขึ้นอยู่กับประเภทของถ่านหิน)
4. ขี้เถ้าของชีวมวลมีสภาพเป็นด่าง ดังนั้นเหมมาะสมที่จะนำไปเพาะปลูกหรือปรับสภาพดินที่เป็นกรด
    แต่ขี้เถ้าจากการเผาถ่านหินจะมีสารโลหะหนักะปนอยู่ ดังนั้นต้องนำไปฝังกลบอย่างถูกวิธีเช่นมีผ้า
    ยางรองรับด้านล่าง
5. ช่วยลดภาระในการกำจัดเช่น นำไปฝังกลบและเผาทิ้งเป็นต้น
6. ก่อให้เกิดการสร้างงานในท้องถิ่น ชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้น มีการประเมินว่าการนำชีวมวลในท้องถิ่นมา
    ใช้ทำเงินหมุนเวียนในระบบเพิ่มขึ้นถึง 7 เท่าและรายได้ประชาชาติสูงขึ้น กล่าวคือเมื่อชาวไร่ชาวนา
    มีรายได้เพิ่มขึ้นจากชีวมวล จะนำเงินส่วนนี้ไปใช้จ่ายหมุนเวียนในท้องถิ่นเช่นค่าจ้างคนเก็บและรวบ
    รวมชีวมวล คนเหล่านี้จะนำเงินไปใช้จ่ายต่ออีกทอดหนึ่ง เป็นอย่างนี้เรื่อยไป
7. ประหยัดเงินตราต่างประเทศเพราะไม่ต้องนำเข้าเชื้อเพลิงจากต่างประเทศเช่น น้ำมันเตา และถ่าน
    หิน เป็นต้น นอกจากนี้ชีวมวลมีประโยชน์ในรูปแบบอื่นๆเช่นใช้เป็นวัะตถุดิบผลิตสินค้า ปุ๋ย และ
    กิจกรรมทางการเกษตร ยกตัวอย่างเช่น
8. แปรรูปเป็นปุ๋ย โดยการนำเศษใบไม้ ใบหญ้าและฟางข้าวเป้นต้นมาหมักสัก 2-3 เดือน หรือปล่อยให้
    ย่อยสลายใในสวนทในไร่ตามธรรมชาติก็ได้เช่นกัน
9. เป็นวัตถุดิบเช่นการนำเศษไม้จากโรงเรื่อยยางพารามาย่อยและอัดเป็นแผ่นปาร์ติเคิลบอร์ด จากนั้น
    นำไปแปรรูปเป็นเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ
10. เพาะเห็ดจากขี้เลื่อย และทลายปาล์มเปล่า
11. ใช้ในกิจกรรมปศุสัตว์ เช่น โรยแกลบในโรงเลี้ยงไก่
 
     
 
     
     
 
 
     
Current Pageid = 499